การเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายแรงงานในปี 2569 ส่งผลโดยตรงต่อการบริหารบุคลากร ตั้งแต่ต้นทุนแรงงาน สิทธิการลา ไปจนถึงการกำหนดนโยบายในข้อบังคับการทำงาน หากองค์กรปรับตัวช้า อาจเสี่ยงต่อความไม่สอดคล้องตามกฎหมาย การร้องเรียน หรือกระทบภาพลักษณ์องค์กรได้
ลดความเสี่ยงทางกฎหมายและค่าปรับ จากการดำเนินการที่ไม่สอดคล้อง
รักษาความเป็นธรรมในองค์กร ช่วยลดข้อขัดแย้งและเพิ่มความเชื่อมั่น
วางแผนงบประมาณได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนค่าแรงและสวัสดิการ
ยกระดับ Employer Brand ทำให้องค์กรดูน่าเชื่อถือและดึงดูดคนเก่งได้
ปรับตัวให้ทันรูปแบบการทำงานใหม่ เช่น งานแพลตฟอร์ม/Hybrid/WFH
ประเด็นสำคัญที่ HR ควรติดตามในปี 2026
1. ค่าแรงขั้นต่ำ: ต้องเตรียมผลกระทบด้านต้นทุนและโครงสร้างค่าจ้าง
มีมติ/ประกาศเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท/วัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และบางกิจการในต่างจังหวัด โดยมีรายละเอียด “พื้นที่/ประเภทกิจการ/วันเริ่มมีผล” ที่ HR ควรตรวจให้ตรงกับสถานประกอบการของตน
สิ่งที่ HR ควรทำทันที
2. สิทธิการลาคลอด: ปรับเป็น 120 วัน และนายจ้างจ่ายค่าจ้างไม่เกิน 60 วัน
มีข้อมูลการแก้ไขสิทธิการลาคลอดเป็น 120 วัน/ครรภ์ และกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลา ไม่เกิน 60 วัน (ส่วนที่เหลืออาจเกี่ยวข้องกับสิทธิประกันสังคมตามเงื่อนไข)
สิ่งที่ HR ควรทำ
3. สิทธิ “คู่สมรส” ลาช่วยเหลือการคลอดบุตร: 15 วัน (มีแนวทางเรื่องค่าจ้าง)
มีการระบุสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร 15 วัน และมีการสื่อสารภาครัฐว่าให้ได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนตามเงื่อนไขที่กำหนด
สิ่งที่ HR ควรทำ
เพิ่มประเภทการลาในระบบลา/แบบฟอร์ม
กำหนดหลักฐานประกอบ (เช่น ใบรับรองแพทย์/สูติบัตรเมื่อมี)
กำหนดขั้นตอนการอนุมัติ และแนวปฏิบัติที่เท่าเทียมทุกหน่วยงาน
4. สิทธิการลา “ต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรที่ป่วย” เพิ่มได้อีก 15 วัน (ตามเงื่อนไข)
มีข้อมูลเรื่องสิทธิลาต่อเนื่องเพิ่มเติม ไม่เกิน 15 วัน สำหรับกรณีบุตรเจ็บป่วยที่มีความเสี่ยง/ภาวะแทรกซ้อน/ความพิการ โดยต้องมี ใบรับรองแพทย์ ประกอบ
สิ่งที่ HR ควรทำ
ระบุเงื่อนไขการลาและเอกสารที่ต้องใช้ให้ชัดเจน
วางแนวทางการเก็บเอกสารให้สอดคล้องกับ PDPA (จำกัดการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ)
5. แนวโน้ม “งานรูปแบบใหม่” และความคาดหวังด้านความปลอดภัย/ความเป็นธรรม
แม้รายละเอียดข้อกฎหมายเฉพาะเรื่องแพลตฟอร์มหรือรูปแบบการทำงานใหม่อาจมีการอัปเดตเป็นช่วง ๆ แต่ HR ควรเตรียม “นโยบายและกระบวนการ” ให้พร้อมในหัวข้อหลัก เช่น
การทำงานแบบ Hybrid/WFH (เวลาทำงาน/การติดตาม/สิทธิ OT)
การป้องกันการคุกคามและการเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน
การจัดการข้อมูลพนักงานและเอกสารที่เกี่ยวกับสิทธิการลาอย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก
กระทรวงแรงงาน: มาตรการดูแลแรงงานและสวัสดิการปี 2569
แนวทางเตรียมความพร้อมสำหรับองค์กร (ทำตามนี้แล้วลดความเสี่ยงได้มาก)
ตรวจประกาศ/ข้อกำหนดล่าสุดจากหน่วยงานรัฐ และบันทึกเวอร์ชันใช้งาน
ทำ Impact Assessment: ค่าแรง, การลา, กำลังคนทดแทน, ต้นทุนรวม
อัปเดตข้อบังคับการทำงาน/นโยบาย/สัญญาจ้าง ให้สอดคล้อง
อบรมหัวหน้างาน ให้เข้าใจสิทธิและแนวปฏิบัติเดียวกันทั้งองค์กร
ใช้ระบบ HRIS/Payroll ลดความผิดพลาดเรื่องสิทธิการลา การจ่ายค่าจ้าง และรายงาน
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เมื่อมีเคสตีความยากหรือเสี่ยงข้อพิพาท
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (ที่ HR ควรเลี่ยง)
อัปเดตกฎหมายช้า ทำให้ใช้นโยบายเดิมต่อทั้งที่เปลี่ยนแล้ว
ตีความสิทธิการลา/การจ่ายค่าจ้างไม่ชัดเจน → เกิดความขัดแย้ง
สื่อสารไม่ทั่วถึง ทำให้แต่ละแผนกใช้กติกาไม่เหมือนกัน
ใช้การทำงานแบบ Manual มากเกินไป → เสี่ยงผิดพลาดเรื่องเงินเดือน/สิทธิ
ไม่มีการเก็บหลักฐานและเอกสารอย่างเป็นระบบ
บทสรุป
ปี 2026 เป็นช่วงที่ HR ต้องบริหารทั้ง “ต้นทุน” และ “สิทธิพนักงาน” ให้สมดุล โดยเฉพาะประเด็นค่าแรงขั้นต่ำและสิทธิการลาที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว ซึ่งส่งผลต่อระบบงาน ตั้งแต่การวางแผนกำลังคนไปจนถึง Payroll หากองค์กรเตรียมการเชิงระบบตั้งแต่วันนี้ จะลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นภายในได้อย่างมาก
A1: แนวทางตามการแก้ไขกฎหมายระบุสิทธิลาได้ 120 วัน และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลาไม่เกิน 60 วัน ตามเงื่อนไขที่กำหนด
A2: มีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรได้ไม่เกิน 15 วัน โดยมีการสื่อสารเรื่องการได้รับค่าจ้างตามเงื่อนไข
A3: ไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกพื้นที่/ทุกกิจการ โดยกรุงเทพมหานครมีแนวทางปรับเป็น 400 บาท/วัน และต่างจังหวัดอาจมีเฉพาะบางกิจการ HR ควรตรวจรายละเอียดประกาศให้ตรงกับสถานประกอบการ
A4: มีข้อมูลสิทธิลาต่อเนื่องเพิ่มได้ไม่เกิน 15 วัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะเจ็บป่วยตามเงื่อนไข และต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบ
A5: เริ่มจากตรวจประกาศล่าสุด → ประเมินผลกระทบค่าแรง/สิทธิลา → อัปเดตนโยบายและเอกสาร → อบรมหัวหน้างาน → ใช้ระบบช่วยคำนวณ/บันทึกให้ถูกต้องสม่ำเสมอ
เว็บไซต์ ai-hcm.com มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ บนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษา นโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ได้ที่ลิงค์ด้านล่าง